มิติการกำกับดูแลและเศรษฐกิจ มิติการกำกับดูแลและเศรษฐกิจ
มิติการกำกับดูแลและเศรษฐกิจ

มิติการกำกับดูแลและเศรษฐกิจ

ดำเนินธุรกิจตามหลักการกำกับดูแลที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ พร้อมทั้งคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและบริหารความเสี่ยงอย่างครอบคลุม เพื่อสร้างคุณค่าร่วมทางสังคมและดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม

บริษัทดำเนินธุรกิจ โดยตระหนักถึงและให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้และคำนึงถึงประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย โดยมีการพิจารณาความเชื่อมโยง และความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

รวมถึงกำหนดแนวทางการจัดการที่ครอบคลุมทุกกลุ่ม อาทิ ลูกค้า ผู้ถือหุ้นหรือพันธมิตรทางธุรกิจ พนักงาน ผู้ส่งมอบ คู่แข่งทางการค้า เจ้าหนี้ ลูกหนี้ ชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ บริษัทได้ดำเนินการประเมินความต้องการและความคาดหวัง ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในแต่ละกลุ่ม พร้อมจัดทำแผนงานหรือมาตรการบริหารจัดการที่เหมาะสม เพื่อรองรับและตอบสนองต่อประเด็นเหล่านั้น ทั้งนี้ บริษัทได้สื่อสารและประกาศแนวทางดังกล่าวให้ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับทราบ เพื่อให้ถือเป็นแนวปฏิบัติร่วมกันทั่วทั้งองค์กร

ผลการดำเนินงานด้านการกำกับดูแลและเศรษฐกิจ

การกำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณทางธุรกิจ
การปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกิจการ

ไม่มี

  • การขนส่งน้ำหนักเกิน
  • การขับขี่เกินความเร็ว
  • การจอดในพื้นที่ห้ามจอด
  • การปล่อยมลพิษทางอากาศและน้ำ
  • การขอใบอนุญาตประกอบกิจการ
การกำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณทางธุรกิจ
ได้รับการรับรองสถานะเป็นสมาชิกโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต

CAC

การกำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณทางธุรกิจ
ได้รับการประเมินผลการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (CGR) ประจำปี 2568 ในระดับ
ดาว
การกำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณทางธุรกิจ
เปิดช่องทางรับฟัง ความคิดเห็นและข้อร้องเรียน

ไม่มี

  • ข้อร้องเรียนจากลูกค้า
  • ข้อร้องเรียนจากชุมชน
  • ข้อร้องเรียนจากพนักงาน
การกำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณทางธุรกิจ
การจัดซื้อ-จัดจ้างที่ถูกกฎหมาย
%

จัดซื้อจัดจ้างจากผู้ขายหรือผู้รับเหมาที่ได้รับการรับรอง ด้านสิ่งแวดล้อม หรือ มาตรฐานอื่นๆ

การกำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณทางธุรกิจ

บริษัทดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลที่ดี (Good Corporate Governance) โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณทางธุรกิจ (Code of Conduct) เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน ลูกค้า และคู่ค้า โดยจรรยาบรรณทางธุรกิจครอบคลุมหลักปฏิบัติ 8 ประการ ตามแนวทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

นอกจากนี้ บริษัทเป็นสมาชิกที่ได้รับการรับรองจากแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์และแข่งขันอย่างเป็นธรรม การกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น โดยมีการทบทวนและปรับปรุงนโยบายอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับแนวทางของตลาดหลักทรัพย์ฯ นโยบายดังกล่าวยังครอบคลุมถึงการบริหารความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่คุณค่า การเคารพสิทธิมนุษยชน และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของบริษัทเป็นไปอย่างมีจริยธรรมในทุกระดับขององค์กร

การกำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณทางธุรกิจ ประจำปี 2568

เป้าหมาย

  • การปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
  • การรับฟังความคิดเห็นและการจัดการข้อร้องเรียนอย่างเป็นระบบ

ผลการดำเนินงาน 2568

จำนวนข้อร้องเรียนที่มีนัยสำคัญจากชุมชน
กรณี

การบริหารจัดการความเสี่ยงและภาวะวิกฤต

บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่าขององค์กร เพื่อให้มั่นใจในความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity) และการเติบโตอย่างยั่งยืน

คณะกรรมการบริษัท มีบทบาทในการกำกับดูแลและติดตามการบริหารความเสี่ยง โดยดำเนินการวิเคราะห์ ตรวจสอบ และจัดเตรียมมาตรการรองรับความเสี่ยงทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงความเสี่ยงใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการประเมินและบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างเป็นระบบ

บริษัทได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง เพื่อกำหนดทิศทางและแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงขององค์กร พร้อมทั้งมีระบบตรวจสอบและควบคุมภายในที่รัดกุม ซึ่งดำเนินการตรวจสอบเป็นประจำทุกไตรมาสโดยผู้ตรวจสอบภายใน อีกทั้งบริษัทตระหนักถึงความเสี่ยงด้านบุคลากรและการพึ่งพาผู้บริหารหลักจึงได้จัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งสำคัญ (Succession Plan) เพื่อรองรับการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการบริหารความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และข้อมูล รวมถึงความเสี่ยงด้านการดำเนินงานที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ

การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน

PCE ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งเน้นการถือหุ้นในธุรกิจน้ำมันปาล์มแบบครบวงจร (Fully Integrated Palm Oil Business) ซึ่งเป็นหนึ่งในความได้เปรียบเชิงการแข่งขันของบริษัท

ห่วงโซ่คุณค่าของกลุ่มบริษัทครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ (การจัดหาผลปาล์มสด) ไปจนถึงปลายน้ำ (การผลิตไบโอดีเซลและน้ำมันบริโภค) รวมถึงบริการสนับสนุนต่าง ๆ เช่น คลังสินค้า ท่าเทียบเรือ การขนส่งทางบกและทางทะเล การบูรณาการดังกล่าวช่วยให้บริษัทสามารถลดต้นทุนรวมของอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการบริหารจัดการด้านการจัดซื้อ การผลิต การจัดเก็บสินค้า และการจัดส่งถึงมือลูกค้าแบบครบวงจร (One Stop Service)

ในด้านการจัดหาวัตถุดิบหลัก คือ ผลปาล์มสด (Fresh Fruit Bunches: FFB) บริษัทให้ความสำคัญกับจริยธรรมทางการค้า ความโปร่งใส และความเป็นธรรมต่อคู่ค้า โดยใช้ราคาตลาดและราคาที่กรมการค้าภายในประกาศเป็นหลักในการกำหนดราคาซื้อขาย นอกจากนี้ บริษัทยังได้กำหนดเกณฑ์คุณภาพวัตถุดิบตามมาตรฐานสากล เช่น PORAM Standard Specifications พร้อมทั้งมีการควบคุมคุณภาพของน้ำมันปาล์มดิบในคลังอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเสื่อมคุณภาพ

สำหรับด้านการขนส่ง บริษัทได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015 ทั้งในส่วนของบริการขนส่งทางบก (PC) และทางน้ำ (PCM) เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัยตลอดกระบวนการในห่วงโซ่อุปทาน

กระบวนการบริหารจัดการคู่ค้าอย่างยั่งยืน ประจำปี 2568
การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว
หลักเกณฑ์การประเมินนัยสำคัญผู้ขายที่ต้องตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการของผู้ผลิต/ผู้ให้บริการ

การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และการสร้างสรรค์นวัตกรรม

บริษัทส่งเสริมการพัฒนาและนำนวัตกรรม รวมถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาปรับใช้ในกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และบริการ คณะกรรมการบริษัทกำกับดูแลให้มีการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง

เพื่อยกระดับการดำเนินงานสู่ความเป็นเลิศด้านปฏิบัติการ (World Class Operational Excellence) โดยเฉพาะการปรับปรุงโรงงานให้ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง (Modernization & Advanced Technology) ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเชี่ยวชาญในการสร้างคุณค่าให้กับองค์กร

ในด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) บริษัทมุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมที่โดดเด่นและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พื้นที่สำคัญของการพัฒนา ได้แก่ การใช้เชื้อเพลิงชีวมวลและก๊าซชีวภาพ (จากของเสียในกระบวนการผลิต) เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสนับสนุนการก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ นอกจากนี้ บริษัทยังส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น การแปรรูปผลพลอยได้ (By-products) และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีทักษะที่สอดคล้องกับทิศทางองค์กร (Upskill & Reskill) เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน

บริษัทดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นในหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัทมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิต

โดยมีเป้าหมายในการลดการใช้ทรัพยากร ลดปริมาณของเสียและมลพิษ พร้อมทั้งมุ่งสู่การเป็น สังคมคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Society) เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ (COP 28)

การประยุกต์ใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนสามารถเห็นได้ชัดเจนในกระบวนการผลิตพลังงานของบริษัทโดยมีการนำของเสียหรือผลพลอยได้จากกระบวนการสกัดน้ำมันปาล์มกลับมาใช้ประโยชน์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ตัวอย่างเช่น การผลิตกระแสไฟฟ้าจาก ก๊าซชีวภาพ (Biogas) ขนาด 3.0 เมกะวัตต์ ที่ได้จากน้ำเสียของโรงงานสกัด และการใช้ เชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass Fuel) เช่น ทะลายปาล์มเปล่า (Empty Fruit Bunch: EFB) ในโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 4.8 เมกะวัตต์ การดำเนินการดังกล่าวไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร แต่ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การลดมลพิษและกลิ่นจากน้ำเสียที่ส่งผลต่อชุมชนโดยรอบอีกด้วย

การจัดการนวัตกรรม

คณะกรรมการตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลและการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Governance) เพื่อส่งเสริมให้เกิดการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ ให้มีความคล่องตัว สะดวก รวดเร็ว และแม่นยำยิ่งขึ้น

บริษัทได้กำหนดแนวทางการ ปรับเปลี่ยนองค์กร (Organization Transformation) โดยใช้ ระบบดิจิทัล (Digital System) เป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงาน ทั้งนี้ สอดคล้องกับหลักการที่ว่าเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเรื่องที่ผู้บริหารระดับสูงต้องให้ความสำคัญและมีส่วนร่วมโดยตรง

การบริหารจัดการด้านนวัตกรรมดังกล่าวครอบคลุมถึงการจัดสรรทรัพยากรด้านสารสนเทศ เพื่อให้บุคลากรสามารถเข้าถึงและใช้งานได้ภายใต้กรอบของความปลอดภัยที่เหมาะสม นอกจากนี้ การนำระบบดิจิทัล และเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ยังช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน และเพิ่มศักยภาพในการทำงานให้มีความ คล่องตัวสูง (High Mobility) และ ยืดหยุ่น (Flexibility) เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต อีกทั้งบริษัทยังให้ความสำคัญกับการสรรหาและพัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและไซเบอร์

บริษัทให้ความสำคัญสูงสุดกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) อย่างเคร่งครัด

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทถูกกำหนดขึ้น เพื่อชี้แจงแนวทางการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานและบุคลากรของบริษัท (รวมถึงกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาชิกในครอบครัว) การประมวลผลข้อมูลดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนและอยู่บนพื้นฐานทางกฎหมายที่เหมาะสม เช่น การปฏิบัติตามสัญญาหรือประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

เพื่อให้มั่นใจในความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและระบบไซเบอร์ บริษัทได้กำหนดมาตรการทางเทคนิคและการบริหารจัดการที่เหมาะสม รวมถึงการควบคุมระบบสารสนเทศเพื่อรักษาความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูล นอกจากนี้ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ปฏิบัติงาน บริษัทได้ติดตั้ง กล้องวงจรปิด (CCTV) ภายในอาคารและบริเวณโดยรอบ เพื่อวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัยของบุคลากรและทรัพย์สิน ทั้งนี้ บริษัทได้แต่งตั้ง เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO) เพื่อกำกับดูแลการดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว และได้สื่อสารนโยบายนี้ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง

กิจกรรมด้านความยั่งยืน

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

กระบวนการบริหารจัดการคู่ค้าอย่างยั่งยืน ประจำปี 2568
การกำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณทางธุรกิจ ประจำปี 2568
การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว
จริยธรรมทางธุรกิจ
นโยบายการกำกับกิจการที่ดี
นโยบายบริหารความเสี่ยง
หลักเกณฑ์การประเมินนัยสำคัญผู้ขายที่ต้องตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการของผู้ผลิต/ผู้ให้บริการ